หน้าแรก
เขียนโดย webmaster   
วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2009 เวลา 23:35

รู้ก่อนใช้ ปลอดภัยจากการแพ้เครื่องสำอางค์

สำหรับเครื่องสำอางค์ที่มีสารอันตราย 40 ยี่ห้อ ห้ามใช้เด็ดขาด

สำอางค์ที่มีสารอันตราย 40 ยี่ห้อห้ามใช้เด็ดขาด ประกอบด้วย

1.ไพรสด สมุนไพรธรรมชาติ ลดสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ 
2.Second Cream ตรา Magnate
3.ครีมทาฝ้าชาเขียว ตรา Magnate 
4.โลชั่น วินเซิร์ฟ ลดฝ้า กันแดด 
5.ครีมวินเซิร์ฟ 
6.เอ็ดการ์ด โลชั่นกันแดดผสมอัลลันโทอิน 
7.EASY Herb Night Bright Melasma Cream ครีมแต้มฝ้า กระ จุดด่างดำ สำหรับกลางคืน 
8.ครีมสมุนไพรว่านนางสาว 
9.เอสจี โลชั่นปรับสภาพผิว
10.ครีมสมุนไพรมะขาม
11.Mena FACIAL CREAM 
12.ครีมสมุนไพรมะเขือเทศ 
13.ครีมสมุนไพรมะนาว 
14.ครีมกันแดด สมุนไพรแตงกวา สูตรพิเศษ  15.SOW ทาฝ้ารอยดำ (ตลับชมพู) 
16.BEST BEAUTY ครีมประทินผิวลดรอยดำ 
17.เบสท์โลชั่น โลชั่นปรับสภาพผิว 
18. 3 P โลชั่น 
19.ฝ้า กระ PIGMENT 
20.WHITENING CREAM ครีมมุกหน้าขาว
21.VOLK Intensive Lifting Cream USA 
22.IFSA 
23.ครีมข้นเหนียวสีส้ม 
24.ครีมข้นเหนียวสีน้ำตาล 
25.เครื่องสำอางครีมหน้าใส IFSA 
26.เครื่องสำอางครีมชาเขียว DR.JAPAN 
27.The Winner สมุนไพรมะขาม Tamarine Cream สูตรเข้มข้น 
28.ครีมสมุนไพร 
29.ครีมทาปาก หัวนมชมพูก่อนนอน 
30. ยารักษาฝ้า เช้า-ก่อนนอน
31.ทาใต้รักแร้ ง่ามขาดำ ก่อนนอน 
32.พรีม เมลาโนไวเทนเนสส์ เอ 
33.พรีม ไบรเทน แอนด์ รีไวเทน 
34. 3 ทรีเดย์ เนเชอรัล ฝ้าปานกลาง สูตรขาวเนียน 
35. 3 ทรีเดย์ ไบรเทน แอนด์ รีไวเทน 
36. 3 ทรีเดย์ เนเชอรัล อี พลัส ครีมทาสิว ฝ้า 
37.ครีมลูกยอผสมน้ำผึ้ง white noni & honey cream  38.สมุนไพรแตงกวา 
39. สีเขียว 4 (เครื่องสำอางกึ่ง สำเร็จรูปพร้อมบรรจุ เป็นครีมข้นสีเขียว)
40. สีเหลืองขมิ้น 5 (เครื่องสำอางกึ่ง สำเร็จรูปพร้อมบรรจุ เป็นครีมข้นสีเหลือง)

ความหมายของ คำว่า " เครื่องสำอาง " ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535กำหนดไว้ว่า

(1) วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้ทา ถู นวด โรย พ่น หยอด ใส่ อบ หรือกระทำด้วยวิธีอื่นใด ต่อส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายเพื่อความสะอาด ความสวยงาม หรือส่งเสริมให้เกิดความสวยงาม และรวมตลอดทั้งเครื่องประทิ่นผิวต่างๆด้วย แต่ไม่รวมถึงเครื่องประดับและเครื่องแต่งตัวซึ่งเป็นอุปกรณ์ภายนอกร่างกาย

(2) วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอางโดยเฉพาะ หรือ

(3) วัตถุอื่นที่กำหนดโดยกฎกระทรวงให้เป็นเครื่องสำอาง

อาจสรุปได้ง่ายๆ ว่า

1. เครื่องสำอางเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เฉพาะกับผิวกายภายนอกเท่านั้น เช่น ผิวหนัง ริมฝีปาก และ ในช่องปาก เส้นผม เล็บ รวมทั้งอวัยวะเพศส่วนนอก
2. ใช้เพื่อความสะอาดในชีวิตประจำวัน เช่น ขจัดคราบเหงื่อไคล สิ่งสกปรกที่ผิวกาย เส้นผม
3. ใช้เพื่อระงับกลิ่นกาย แต่งกลิ่นหอม
4. ใช้เพื่อปกป้องหรือส่งเสริมให้มีสุขภาพที่ดี ปรับแต่งให้แลดูดี โดยที่ไม่สามารถไปมีผลต่อโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ใดๆ ของร่างกายมนุษย์ เครื่องสำอางไม่สามารถบำบัด บรรเทา รักษา ป้องกันโรค หรือมีผลต่อโครงสร้าง หรือการทำหน้าที่ใดๆ ของร่างกายมนุษย์

การบริโภคเครื่องสำอาง
1. ผู้บริโภคเลือกใช้เองในชีวิตประจำวัน ใช้กันทุกเพศ ทุกวัย
2. ผู้บริโภคมักหวังผลแต่ด้านดี ใช้ตามความพึงพอใจ ไม่ค่อยคำนึงถึงอาการข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้
3. ฉลากและภาชนะบรรจุมักจะสวยงาม ดึงดูดความสนใจ
4. จำหน่าย และส่งเสริมการขายได้โดยอิสระ
5. ไม่ต้องขออนุญาตก่อนทำการโฆษณา จึงมักพบว่ามีการโฆษณาเกินความจริง หรือทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์

จากการวิเคราะห์ความเสี่ยงและประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแล้ว จัดแบ่งเครื่องสำอางออกเป็น 3 ประเภท คือ

1. เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ เป็น เครื่องสำอางที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอันตรายกับผู้บริโภค เนื่องจากพิษภัยหรืออันตรายของเคมีภัณฑ์ที่เป็นส่วนผสม การกำกับดูแลจึงเข้มงวดที่สุด ด้วยการให้ต้องมาขึ้นทะเบียนตำรับ เมื่อได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับเครื่องสำอางควบคุมพิเศษเรียบร้อย แล้ว จึงจะผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายได้
เครื่องสำอางที่จัดเป็นเครื่อง สำอางควบคุมพิเศษ ได้แก่ เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารควบคุมพิเศษ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ 2535 ได้แก่
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2535) เรื่อง กำหนดเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2537 เรื่อง กำหนดเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ (ฉบับที่ 3)
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2538 เรื่อง กำหนดเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ (ฉบับที่ 4)
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2539 เรื่อง กำหนดเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ (ฉบับที่ 5)
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 33) พ.ศ. 2545 เรื่อง กำหนดเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ (ฉบับที่ 6)

ตัวอย่างเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ
- ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก ไหมขัดฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์
- น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของ เซทิลไพริดิเนียมคลอไรด์
- ผลิตภัณฑ์ดัดผม ยืดผม
- ผลิตภัณฑ์ย้อมผมชนิดถาวร
- ผลิตภัณฑ์ฟอกสีผม
- ผลิตภัณฑ์ทำให้ผมดำที่มีส่วนผสมของเลดแอซีเทต หรือซิลเวอร์ไนเตรต
- ผลิตภัณฑ์กำจัดขน หรือทำให้ขนร่วง

2. เครื่องสำอางควบคุม เป็น เครื่องสำอางกลุ่มที่อาจมีผลกระทบ หรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายบ้าง แต่น้อยกว่าเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ การกำกับดูแลจึงไม่เข้มงวดเท่าเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ ผู้ประกอบธุรกิจเพียงมาแจ้งรายละเอียดต่อหน่วยงานรัฐ ภายในเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายในราชอาณาจักร
การกำหนดเครื่องสำอางควบคุม มี 2 ลักษณะ คือ

2.1 กำหนดให้เครื่องสำอาง 4 ประเภท เป็นเครื่องสำอางควบคุม ได้แก่
- ผ้าอนามัย ทั้งชนิดแผ่น และชนิดสอด (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2536 เรื่อง ผ้าอนามัย)
- ผ้าเย็นหรือกระดาษเย็นในภาชนะบรรจุที่ปิด (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2536 เรื่อง ผ้าเย็น)
- แป้งฝุ่นโรยตัว(ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2536 เรื่อง แป้งฝุ่นโรยตัว)
- แป้งน้ำ (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2536 เรื่อง แป้งน้ำ)

2.2 กำหนดสารควบคุม ดังนั้น เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารควบคุม จะจัดเป็นเครื่องสำอางควบคุม ได้แก่
- สารป้องกันแสงแดด จำนวน 19 ชนิด ที่ปรากฏตามบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวง สาธารณสุข ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2536) เรื่อง ผลิตภัณฑ์ที่มีสารป้องกันแสงแดด และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 35) พ.ศ. 2545 เรื่อง ผลิตภัณฑ์ที่มีสารป้องกันแสงแดด (ฉบับที่ 2)
- สารขจัดรังแค (ซิงก์ไพริไทโอน และไพรอกโทน โอลามีน) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2537 เรื่องกำหนดเครื่องสำอางที่มีสารซิงก์ไพริไทโอน และไพรอกโทน โอลามีน เป็นเครื่องสำอางควบคุม
- สารขจัดรังแค (คลิมบาโซล) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2539 เรื่อง ผลิตภัณฑ์ที่มีสารคลิมบาโซล

3. เครื่องสำอางทั่วไป ได้แก่เครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมของสารควบคุมพิเศษ หรือสารควบคุม จะมีข้อกำหนดในการผลิตหรือนำเข้าฯ ดังนี้

3.1 เครื่องสำอางที่ผลิตในประเทศ สามารถผลิตได้โดยไม่ต้องมาแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพียงแต่จัดทำฉลากภาษาไทยให้มีข้อความอันจำเป็น ครบถ้วน ชัดเจน ตามที่กฎหมายกำหนด (ส่วนข้อความอื่นๆบนฉลากต้องเป็นความจริง และมีเอกสารหลักฐานพร้อมที่จะพิสูจน์ได้)

3.2 เครื่องสำอางที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ต้องส่งมอบหลักฐานประกอบการนำเข้า และต้องจัดทำฉลากภาษาไทยให้มีข้อความอันจำเป็น ครบถ้วน ตามที่กฎหมายกำหนด ภายใน 30 วัน หลังจากได้รับการตรวจปล่อยให้นำเข้ามาในราชอาณาจักร (ส่วนข้อความอื่นๆบนฉลากต้องเป็นความจริง และมีเอกสารหลักฐานพร้อมที่จะพิสูจน์ได้)
ตัวอย่างเครื่องสำอางทั่วไป ได้แก่
แชมพูสระ ผม หรือ ครีมนวดผม ที่ไม่มีสารขจัดรังแค ,โลชั่น , ครีมบำรุงผิว, อายแชโดว์, อายไลเนอร์, ดินสอเขียนคิ้ว , บลัชออนแต่งแก้ม , ลิปสติก , ครีมรองพื้น , แป้งทาหน้า , สบู่ก้อน , สบู่เหลว, โฟม น้ำมันทาผิว , เครื่องสำอางระงับกลิ่นกาย , สีทาเล็บ , มูส หรือเยลแต่งผม เป็นต้น

นอกจากผู้ประกอบธุรกิจจะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามข้อกำหนด ที่ระบุไว้สำหรับเครื่องสำอางแต่ละประเภทแล้ว ยังจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดอื่นๆอีกด้วย ดังนี้

1. เครื่องสำอางจะต้องไม่มีส่วนผสมของวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิต เครื่องสำอาง ซึ่งจะมีบัญชีรายชื่อวัตถุที่ห้ามใช้ปรากฏอยู่ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535 ได้แก่
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2536) เรื่อง กำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 25) พ.ศ.2539 เรื่อง กำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง (ฉบับที่ 2)
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 34) พ.ศ. 2545 เรื่อง กำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง (ฉบับที่ 3)
เครื่อง สำอางที่มีส่วนผสมของวัตถุที่ห้ามใช้ ถือว่าเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ ตามกฎหมายห้าม มิให้ผู้ใดผลิตเพื่อขาย นำเข้าเพื่อขาย หรือขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ หากผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. เนื่องจากสารบางอย่างอาจนำมาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางได้ แต่จะต้องใช้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งจะมีบัญชีรายชื่อวัตถุที่อาจใช้ และเงื่อนไขในการนำไปใช้ ปรากฏอยู่ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535 ได้แก่
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2538 เรื่อง กำหนดวัตถุที่อาจใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 27) พ.ศ. 2539 เรื่อง กำหนดวัตถุที่อาจใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง (ฉบับที่ 2)
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 29) พ.ศ. 2540 เรื่อง กำหนดวัตถุที่อาจใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง (ฉบับที่ 3)
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2538 เรื่อง กำหนดสีที่อนุญาตให้ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง
ถ้า การใช้สารเหล่านี้ไม่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประกาศ จะถือว่าเครื่องสำอางนั้นมีวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่อง สำอาง ถือว่าเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ ตามกฎหมายห้ามมิให้ผู้ใดผลิตเพื่อขาย นำเข้าเพื่อขาย หรือขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย หากผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3. ปริมาณสารสำคัญในเครื่องสำอางทุกชนิดนั้น กฎหมายกำหนดให้มีค่าคลาดเคลื่อนได้ น้อยกว่าไม่เกินร้อยละสิบห้า หรือมากกว่าไม่เกินร้อยละสิบแปดตามที่ขึ้นทะเบียนไว้ หรือที่ได้แจ้งไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือที่ระบุไว้ในฉลาก แต่ต้องไม่เกินปริมาณสูงสุดที่ให้ใช้ตามประกาศฯ
สารสำคัญ หมายความถึง สารออกฤทธิ์หรือสารที่ทำให้เกิดสรรพคุณของเครื่องสำอาง ได้แก่
- สารควบคุมพิเศษ ที่มีอยู่ในเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ
- สารควบคุม ที่มีอยู่ในเครื่องสำอางควบคุม
- สารที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ที่มีการแจ้งชื่อและปริมาณไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือที่ระบุไว้ในฉลาก
(รายละเอียดปรากฏในประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2536 เรื่อง กำหนดเกณฑ์ค่าคลาดเคลื่อนของปริมาณสารสำคัญในเครื่องสำอาง)
เครื่องสำอางทุกประเภททุกชนิดต้องมีฉลากภาษาไทย ตามประกาศคณะกรรมการเครื่องสำอาง ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2536) ฉบับที่ 10 (พ.ศ.2539) และฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2545) เรื่อง ฉลากของเครื่องสำอาง แต่ข้อความอันจำเป็นอาจแตกต่างกันไปตามประเภทของเครื่องสำอาง อีกทั้งเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ และเครื่องสำอางควบคุม บางประเภทต้องแสดงคำเตือนตามที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการเครื่องสำอางด้วย

การแสดงข้อความอันจำเป็นที่ฉลากภาษาไทย

เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ เครื่องสำอางควบคุม เครื่องสำอางทั่วไป
1.ชื่อเครื่องสำอาง และ/หรือชื่อทางการค้าของเครื่องสำอาง ซึ่งต้องมีขนาดใหญ่กว่าข้อความอื่น ชื่อเครื่องสำอาง และ/หรือชื่อทางการค้าของเครื่องสำอาง ซึ่งต้องมีขนาดใหญ่กว่าข้อความอื่น ชื่อเครื่องสำอาง และ/หรือชื่อทางการค้าของเครื่องสำอาง
2.ประเภทหรือชนิด ประเภทหรือชนิด ประเภทหรือชนิด
3.เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ เครื่องสำอางควบคุม -
4.เลขทะเบียนในกรอบ อย. - -
5.ชื่อและปริมาณของสารควบคุมพิเศษและสารสำคัญ ชื่อและปริมาณของสารควบคุมและสารสำคัญ ชื่อส่วนประกอบสำคัญ
6.ผลิต ในประเทศ ให้แสดงชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต นำเข้าจากต่างประเทศ ให้แสดงชื่อและที่ตั้งของผู้นำเข้า รวมทั้งชื่อผู้ผลิตและประเทศผู้ผลิตด้วย ผลิต ในประเทศ ให้แสดงชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต นำเข้าจากต่างประเทศ ให้แสดงชื่อและที่ตั้งของผู้นำเข้า รวมทั้งชื่อผู้ผลิตและประเทศผู้ผลิตด้วย ผลิต ในประเทศ ให้แสดงชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต นำเข้าจากต่างประเทศ ให้แสดงชื่อและที่ตั้งของผู้นำเข้า รวมทั้งชื่อผู้ผลิตและประเทศผู้ผลิตด้วย
7.เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต -
8.วันเดือนปีที่ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต
9.วิธีใช้ วิธีใช้ วิธีใช้
10.ปริมาณสุทธิ ปริมาณสุทธิ

ปริมาณสุทธิ

11.คำเตือนตามที่กฎหมายกำหนด คำเตือนตามที่กฎหมายกำหนด คำเตือนตามที่กฎหมายกำหนด
12.ถ้าฉลากมีพื้นที่น้อยกว่า 20 ตารางเซนติเมตร ให้แสดงเฉพาะข้อ 1,4,และ10 ส่วนรายละเอียดอื่นให้แสดงในเอกสารกำกับเครื่องสำอาง ถ้าฉลากมีพื้นที่น้อยกว่า 20 ตารางเซนติเมตร ให้แสดงเฉพาะข้อ 1 และ10 ส่วนรายละเอียดอื่นให้แสดงในเอกสารกำกับเครื่องสำอาง ถ้าฉลากมีพื้นที่น้อยกว่า 20 ตารางเซนติเมตร ให้แสดงเฉพาะข้อ 1,และ10 ส่วนรายละเอียดอื่นให้แสดงในเอกสารกำกับเครื่องสำอาง
จะ สังเกตได้ว่าข้อความตามที่กฎหมายกำหนดนั้น ให้แสดงเลขทะเบียนเครื่องสำอางในกรอบ เครื่องหมาย อย เฉพาะในกรณีของเครื่องสำอางควบคุมพิเศษเท่านั้น ส่วนเครื่องสำอางควบคุม และเครื่องสำอางทั่วไป ไม่ต้องแสดงกรอบเครื่องหมายอย.ที่ฉลาก
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 24 มีนาคม 2010 เวลา 08:13
 

หมวดผลิตภัณฑ์

สมัครสมาชิกรับเวจจี้ทิ้นซ์ทันที ชุดแนะนำจากทางร้านค่ะ ล้าง ขัด พอกหน้าใสเด้ง ครีมบำรุงหน้าใสดุจดั่งเจ้าหญิง สยบปัญหาสิวทุกขั้นตอน ครีมกันแดดเนื้อบางเบา ปากแก้มชมพู ผิวกายขาวใสเปล่งประกายออร่า รักแร้ขาวเนียนเลิกใช้ไม่ดำ แขน ขา หน้าใหญ่ลดได้ชัวร์ ครีมฟอกผิวขาวเห็นผลถาวร ชุดทำตา 2 ชั้น อาหารผิวขาวไร้สิวไร้ริ้วรอย อาหารเสริมบำรุงสุขภาพ ลดน้ำหนักจากธรรมชาติ เปลี่ยนอกเล็กให้ใหญ่ตู้มๆ แต่งแต้มสีสันบนใบหน้า ของใช้ส่วนตั้ว..ส่วนตัว Make up เกาหลี/ญี่ปุ่น

รายการสินค้าทั้งหมด


ค้นหาแบบละเอียด





ลืมรหัสผ่าน?
ลืมชื่อผู้ใช้ของคุณ?
ไม่มีบัญชีผู้ใช้? ลงทะเบียน

สินค้าในรถเข็น

VirtueMart
รถเข็นของท่านยังไม่มีรายการสินค้า

Who's Online

เรามี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์


Countries

83.9%THAILAND THAILAND
7.7%AUSTRALIA AUSTRALIA
3.4%UNITED STATES UNITED STATES
1.2%JAPAN JAPAN
0.7%SAUDI ARABIA SAUDI ARABIA

Visitors

Today: 1
Yesterday: 103
This Week: 674
Last Week: 1053
This Month: 365
Last Month: 4516
Total: 36281


JoomlaWatch Stats 1.2.8b_08-dev by Matej Koval

Polls

สินค้ากลุ่มไหนที่คุณชื่นชอบเป็นพิเศษ
 

ติดตามพัสดุ

Track and Trace
tag-user5

เปลี่ยนสกุลเงิน

ท่านสามารถดูราคาตามสกุลเงินที่ท่านใช้ โดยการเลือกสกุลเงินในลิสต์นี้

tag-user6

อัตราแลกเปลี่ยน BBL